Wimol Chuechan
10 May 2019

ประกาศเฉลิมพระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย สถาปนาพระฐานันดรศักดิ์ และเฉลิมพระเกียรติยศ พระบรมวงศ์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการเฉลิมพระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย และสถาปนาพระฐานันดรศักดิ์พระบรมวงศ์ รวม 10 พระองค์ 

โดยให้เฉลิมพระปรมาภิไธยพระบรมอัฐิสมเด็จพระบรมชนกนาถ เป็น "พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร" และเฉลิมพระนามาภิไธยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เป็น "สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง"

นอกจากนี้ พระบรมวงศ์อีก 8 พระองค์ ที่ได้รับการสถาปนาพระฐานันดรศักดิ์

พระปรมาภิไธย พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า โดยที่ทรงพระราชอนุสรณ์คำนึงถึงสมเด็จพระบรมชนกนาถ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ซึ่งได้ทรงรับพระราชภาระสืบราชสันตติวงศ์เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 9 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ดำรงพระองค์เป็นมิ่งขวัญของพสกนิกรชาวไทย ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการ เป็นคุณประโยชน์อเนกอนันต์แก่อาณาประชาราษฎร์ เป็นที่ประจักษ์แก่ตาแก่ใจของบรรดาพสกนิกร และนานาอารยประเทศจนกระทั่งเสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พุทธศักราช 2559 แม้ระยะเวลาจะล่วงเลยมาจวบตนปัจจุบัน แต่เหล่าพสกนิกรก็ยังคงคำนึงถึงพระมหากรุณาธิคุณไม่เสื่อมคลาย ในศุภสมัยอันเป็นมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษกนี้ สมควรได้รับสนองพระเดชพระคุณถวายพระเกียรติยศให้ปรากฏแผ่ไพศาลยิ่งขึ้น ด้วยมีพระราชหฤทัยระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบรมชนกนาถ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เฉลิมพระปรมาภิไธย พระบรมอัฐิสมเด็จพระชนกนาถ ตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

พระนามาภิไธย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า โดยที่ทรงพระราชดาริด้วยพระราชหฤทัยประกอบด้วยพระกตัญญูกตเวทิตา ระลึกถึงพระเดชพระคุณสมเด็จพระบรมราชชนนี อันได้มีมาเป็นล้นพ้นยิ่งกว่าผู้อื่น และทรงพระราชดาริว่า พระบรมราชชนนีเป็นผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจอันได้บังเกิดประโยชน์แก่ชาติบ้านเมืองและพสกนิกรเป็นอเนกปริยาย มีพระราชหฤทัยเปี่ยมด้วยพระเมตตากรุณาธิคุณ เสด็จออกสอดส่องดูแลทุกข์สุขของราษฎรทั่วทุกแห่งหนแม้ในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร ด้วยพระวิริยอุตสาหะอย่างยิ่งยวด โดยทรงดำเนินพระราชจริยวัตรด้วยพระราชปณิธานแห่งธรรมราชินี ในศุภสมัยอันเป็นมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษกนี้ สมควรจะเฉลิมพระเกียรติยศ สนองพระคุณตามโบราณราชประเพณี อันจะอำนวยสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคลแด่พระองค์ และสยามรัฐสีมาอาณาจักร จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เฉลิมพระนามาภิไธย สมเด็จพระบรมราชชนนี ตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และถวายเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 10 ชั้นที่ 1

พระนามาภิไธย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี

"ทรงพระราชดำริว่าสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เป็นพระโสทรกนิษฐภคินีที่ได้ทรงร่วมสุขร่วมทุกข์มาแต่ทรงพระเยาว์ เมื่อทรงเจริญพระชนมายุก็ได้ทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจสนองพระเดชพระคุณสมเด็จพระบรมชนกนาถและสมเด็จพระบรมราชชนนีด้วยพระวิริยะอุตสาหะเป็นคุณูปการแก่ประเทศชาติและอาณาประชาราษฎร์อย่างใหญ่หลวงเป็นอเนกประการ ครั้นในรัชกาลปัจจุบันก็ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ในหลายวาระและช่วยแบ่งเบาพระราชภารกิจน้อยใหญ่ที่สืบเนื่องมาแต่ครั้งรัชสมัยสมเด็จพระบรมชนกนาถให้ดำเนินลุล่วงไปด้วยความเรียบร้อย เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย สมควรจะยกย่องพระเกียรติยศตามฐานะแห่งพระบรมราชวงศ์"

พระนาม สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน ขัตติยราชนารี "ทรงพระราชดำริว่าสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์อัครราชกุมารีเป็นพระโสทรกนิษฐภคินีอีกพระองค์หนึ่งที่ได้ทรงร่วมสุขร่วมทุกข์มาแต่ทรงพระเยาว์ เมื่อทรงเจริญพระชนมายุได้ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจแบ่งเบาพระราชภาระของสมเด็จพระบรมชนกนาถและสมเด็จพระบรมราชชนนีโดยเฉพาะการทรงงานทางวิชาการด้านวิทยาศาสตร์และด้านการแพทย์ก่อให้เกิดแก่ประเทศชาติเป็นที่ประจักษ์แก่นานาอารยะประเทศจวบจนรัชกาลปัจจุบันก็ได้ทรงงานอย่างต่อเนื่องด้วยพระวิริยะ อุตสาหะ เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย สมควรจะยกย่องพระเกียรติยศตามโบราณราชประเพณี"พระนามสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี"ทรงพระราชดำริว่าพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ซึ่งเป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ ได้ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้วยพระวิริยะอุตสาหะและพระกตัญญูกตเวทิตาฉลองพระเดชพระคุณมาแต่รัชกาลก่อนสืบเนื่องมาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน ได้แบ่งเบาพระราชภาระเป็นอันมากจนเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย สมควรจะยกย่องพระเกียรติยศตามโบราณราชประเพณี"

พระนาม สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

"ทรงพระราชดำริว่าพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ซึ่งเป็นพระราชธิดาพระองค์รองได้ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้วยพระวิริยะอุตสาหะและพระกตัญญูกตเวทิตาฉลองพระเดชพระคุณมาแต่รัชกาลก่อนสืบเนื่องมาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน ช่วยเหลือพระราชกรณียกิจได้เป็นอันมาก เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย สมควรจะยกย่องพระเกียรติยศตามโบราณราชประเพณี"

พระนามสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร

"ทรงพระราชดำริว่าพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ซึ่งเป็นพระราชโอรส ได้ทรงเจริญวัย ตั้งพระทัยศึกษาและทรงปฏิบัติสรรพกรณียกิจอันควรแก่ขัตติยกุมารได้อย่างดียิ่งเป็นที่ประจักษ์แก่มหาชนทุกหมู่เหล่า สมควรจะยกย่องพระเกียรติยศตามโบราณราชประเพณี"

พระนาม พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ"ทรงพระราชดำริว่าพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เป็นพระมารดาผู้ทรงอภิบาลพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาซึ่งเป็นพระราชธิดาองค์ใหญ่ด้วยพระวิริยะอุตสาหะและพระทัยเมตตาจนทรงเจริญพระชนมายุและทรงปฏิบัติสรรพกรณียกิจอันควรแก่ขัตติยนารี กอปรกับพระเจ้าวรวงศ์เธอผู้พระมารดานั้นก็ได้ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจน้อยใหญ่สนองพระเดชพระคุณมาตั้งแต่ครั้งรัชกาลก่อนสืบเนื่องมาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน ได้ราชการเป็นอันมาก เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย สมควรจะยกย่องพระเกียรติยศตามโบราณราชประเพณี"

พระนาม พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์"พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า โดยที่คำนำพระนามพระบรมวงศานุวงศ์ซึ่งใช้มาแต่กาลก่อนนั้น บัดนี้สมควรจะเปลี่ยนแปลงตามรัชกาล ทรงพระราชดำริว่าพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ซึ่งเป็นพระธิดาพระองค์ใหญ่ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พระโสทรกนิษฐภคินี ได้ทรงเจริญวัย และทรงปฏิบัติสรรพกรณียกิจอันควรแก่ขัตติยนารี แบ่งเบาพระราชภาระได้เป็นอันมาก จนเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย สมควรจะยกย่องพระเกียรติยศให้สมแก่ฐานะในขัตติยวงศ์"

พระนาม พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ

"พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า โดยที่คำนำพระนามพระบรมวงศานุวงศ์ซึ่งใช้มาแต่กาลก่อนนั้น บัดนี้สมควรจะเปลี่ยนแปลงตามรัชกาล ทรงพระราชดำริว่าพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณซึ่งเป็นพระธิดาพระองค์รองในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พระโสทรกนิษฐภคินี ได้ทรงเจริญวัย และทรงปฏิบัติสรรพกรณียกิจอันควรแก่ขัตติยนารี ช่วยแบ่งเบาพระราชกรณีกิจน้อยใหญ่จนเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย สมควรจะยกย่องพระเกียรติยศให้สมแก่ฐานะในขัตติยวงศ์"

 

ที่มา /ภาพโดย https://mgronline.com/onlinesection/detail/9620000043213